อาการปวดหัวเข่า

อาการปวดหัวเข่า

ปวดเข่า คืออาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณข้อต่อซึ่งเชื่อมระหว่างกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้งเป็นส่วนที่ใช้รองรับน้ำหนักของร่างกาย จะพบได้หรตือเกิดขึ้นกับทุกๆวัย แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน และนักกีฬาที่ต้องใช้กำลังขาและเข่ามากดังนั้น หากเกิดอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่ตรงจุด

อาการปวดหัวเข่า ความรุนแรงของอาการปวดเข่าจะขึ้นอยู่กับสภาพทางกายภาพของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยผู้ที่มีอาการปวดเข่าจะมีอาการทั่วไปดังนี้

  1. งอเข่าหรือยืดเข่าได้ลำบาก ไม่สามารถเคลื่อนไหวขาได้อย่างรวดเร็ว
  2. ผิวหนังที่เข่าแดงเมื่อเอามือไปจับขาแล้วจะรู้สึกอุ่นๆและมีลอยแดงๆขึ้นมาเนื้อผิวหนัง
  3. เกิดเสียงผิดปกติเมื่อขยับเข่า เช่น เสียงดังกึก เสียงลั่นในข้อ

อาการปวดในระดับที่รุนแรง มีดังนี้

  1. เกิดอาการปวด ร่วมกับอาการบวม แดง และเป็นไข้
  2. ไม่สามารถยืนได้ ล้มเมื่อพยายามยืน หรือเดินลำบาก
  3. รู้สึกชาบริเวณขาข้างที่ผิดปกติ
  4. เข่ามีรูปร่างผิดปกติ

เส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าบาดเจ็บ

คืออาการบาดเจ็บที่เกิดจากเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า ซึ่งเป็นเส้นเอ็นหนึ่งในสองเส้นที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกระดูกหน้าแข้งกับกระดูกต้นขาเกิดการฉีกขาด โดยส่วนมากมักเกิดกับนักกีฬาที่ต้องเปลี่ยนท่าหรือทิศทางการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เช่น นักฟุตบอล นักบาสเก็ตบอล นักเทนนิส อาการโดยทั่วไปคือ ได้ยินเสียงดังกึก เมื่อเส้นเอ็นฉีกขาด เข่ามีอาการบวม และรู้สึกเจ็บเมื่อต้องรับน้ำหนัก

เจ็บเข่ามีโอกาสเกิดได้กับบุคคลทุกเพศ ทุกวัย อย่างไรก็ตาม พบว่ามีปัจจัยหรือพฤติกรรมบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดเข่าได้ ดังนี้

  1. การเล่นกีฬาบางชนิดการเล่นกีฬาบางชนิดที่ต้องวิ่ง หรือกระโดดอยู่เสมอ เช่น บาสเก็ตบอล ฟุตบอล อาจไปเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้เล่นเกิดอาการเจ็บเข่า
  2. น้ำหนักมากเกินมาตรฐานผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานหรือมีโรคอ้วน มักเสี่ยงต่อการเกิดหมอนรองกระดูกอักเสบ เนื่องจากแรงกดบนเข่าจากน้ำหนักตัวของร่ายกาย จากกิจกรรมที่ใช้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น การเดิน การวิ่ง การขึ้นหรือลงบันได
  3. กล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่นหรือไม่แข็งแรงหากกล้ามเนื้อขาดความยืดหยุ่นหรือไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับแรงที่มากระทำ จะส่งผลให้ข้อต่อต้องรับแรงโดยตรงและเสี่ยงต่อการเกิดอาการบาดเจ็บ
  4. อาการบาดเจ็บที่เคยเกิดขึ้นผู้ที่เคยบาดเจ็บบริเวณเข่ามาก่อน อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บอีกครั้งมากกว่าคนที่ไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน

การรักษาอาการปวดเข่า

การรักษาอาการปวดเข่าทำได้หลายวิธี แตกต่างกันไปตามสาเหตุของอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การบำบัดรักษา การฉีดยา การผ่าตัด และการแพทย์ทางเลือก

  1. การใช้ยา แพทย์จะจ่ายยาเพื่อบรรเทาอาการปวด และรักษาโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่ออาการปวดเข่า เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ โรคเกาต์
  2. กายภาพบำบัดรักษา แพทย์จะแนะนำวิธีการเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อรอบเข่าแข็งแรงขึ้นซึ่งในบางรายอาจให้ใช้เครื่องมือเสริมเพื่อป้องกันและรองรับแรงที่มากระทำกับข้อเข่า เช่น การใช้วัสดุรองรับอุ้งเท้าในผู้ป่วยข้อเสื่อม นอกจากนั้นจะต้องเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายและเล่นกีฬาในท่าที่ถูกต้อง หรือหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  3. การฉีดยา ในบางครั้งแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยฉีดยาเข้าไปที่เข่าโดยตรง ซึ่งยาที่แพทย์ส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาอาการปวดเข่ามีดังนี้
                  กรดไฮยาลูรอนิมีลักษณะเป็นของเหลวข้นคล้ายของเหลวที่เป็นน้ำหล่อลื่นข้อเข่าในร่างกาย แพทย์จะฉีดกรดไฮยาลูรอนิคเข้าไปในเข่าเพื่อบรรเทาอาการปวดและช่วยให้เข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ซึ่งยาจะมีฤทธิ์อยู่ได้ประมาน 6 เดือน
                  คอร์ติโคสเตียรอยด์ แพทย์จะฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบในผู้ป่วยโรคไขข้ออักเสบ อย่างไรก็ตาม ฤทธิ์ของยาอาจไม่ได้ผลกับผู้ป่วยทุกคน

การป้องกันอาการปวดเข่า

แม้อาการปวดเข่าจากอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะคาดการณ์ล่วงหน้า อาจไม่สามารถป้องกันได้ แต่อาการปวดเข่าที่มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ส่วนใหญ่ล้วนป้องกันได้ ซึ่งควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • อบอุ่นร่างกายและยืดกล้ามเนื้อก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาส่วนหน้าและต้นขาส่วนหลัง เพื่อลดอาการตึงของกล้ามเนื้อบริเวณเข่า
  • สร้างกล้ามเนื้อส่วนขาให้แข็งแรง โดยออกกำลังกายที่เน้นการสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนขา เช่น การเดินขึ้นบันได การปั่นจักรยาน หรือการเล่นเวทที่ขา
  • ระหว่างการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าหรือทิศทางกะทันหัน
  • รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดแรงกดที่เข่าจากน้ำหนักตัวที่มากเกิน
  • สวมรองเท้าที่มีขนาดพอดีและเหมาะสมกับเท้า เพื่อรักษาสมดุลของขาขณะเดินหรือวิ่ง นอกจากนั้นผู้ป่วยโรคเท้าแบนหรือผู้ที่มีลักษณะเท้าแบน อาจมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่เข่า ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่าได้ จึงควรสวมรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนโดยเฉพาะ

#อาการปวดหัวเข่า

#บทความวิ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *