ตารางมือใหม่ ลดน้ำหนัก แบบวิธี IF แบบได้ผล มีกี่แบบ กินอะไรได้บ้าง

ตารางมือใหม่ ลดน้ำหนัก แบบวิธี IF แบบได้ผล มีกี่แบบ กินอะไรได้บ้าง

การ ลดน้ำหนัก นั้น วิธีที่ได้ผลที่สุด คือ การออกกำลังกายควบคู่ไปกับ การกินอาหารที่เหมาะสม ในปริมาณที่พอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งหลายคนอาจจะยังติดอยู่กับความเชื่อในแบบเดิมว่า การ ลดน้ำหนัก คือ การกิน ให้น้อยกว่าความต้องการของร่างกาย

และเข้า ฟิตเนส ออกกำลังกาย ใช้พลังงานให้มากเข้าไว้ เพื่อให้มีสัดส่วนแคลอรี่ในแต่ละวันเหลือน้อยที่สุด ซึ่งวิธีลดน้ำหนักแบบนี้ อาจจะช่วยทำให้ผอมไว ผอมง่าย

แต่จริงๆ แล้วเป็นวิธีการที่ผิดมหันต์ ที่นอกจากจะไม่ได้ช่วยรักษา สุขภาพแล้ว ยังเป็นการทำลายสุขภาพในระยะยาวอีกด้วย และการันตีได้เลยว่า ความผอม ที่ได้มาจากการ ลดน้ำหนัก ที่ผิดนั้น ไม่ได้อยู่ยั่งยืนแน่นอน เพราะเมื่อไหร่ที่เรากลับมากินอาหารในปริมาณปกติ หรือเผลอใจกับของอร่อยในช่วงเวลาหนึ่ง ร่างกายเราจะรีบเก็บสารอาหารเหล่านั้น มาเป็นพลังงานสำรอง จนเราอ้วนขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว หรือที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟ็กต์นั่นเอง

ดังนั้นการเข้า ฟิตเนส เพื่อออกกำลังกายนั้นถูกต้องแล้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องบาลานซ์ เรื่องการรับประทานอาหารให้ถูกต้องด้วย ซึ่ง วิธีลดน้ำหนักยอดฮิต ที่กำลังนิยมในหมู่คนลดน้ำหนัก ก็คือ วิธีกินแบบ IF นั่นเอง

ตารางมือใหม่ ลดน้ำหนัก แบบวิธี IF แบบได้ผล มีกี่แบบ กินอะไรได้บ้าง

ตารางมือใหม่ลดน้ำหนักแบบวิธี IF แบบได้ผล

IF หรือ การควบคุมอาหารแบบ Intermittent Fasting ที่เน้นการจำกัดเวลาการกินอาหารออกเป็นช่วงต่างๆ โดยเว้นช่วงการไม่ทานอาหาร แต่ละช่วงอย่างน้อย 4 ชั่วโมง โดยการกินแบบ IF นี้ มีอยู่หลายแบบ แล้วแต่ความเหมาะสม ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน การใช้ วิธีกินแบบ IF นี้ จึงมักนิยมทำควบคู่ไปกับ การเข้า ฟิตเนส ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย

  • การปรับ วิธีกินแบบ IF แบบ 4 – 4 – 12 คือ การแบ่งการกินออกเป็น 3 มื้อ โดยมีช่วงพักระหว่างมื้อ 4 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มทานอาหารมื้อแรกตอน 00 น. โดยทุกมื้อใช้เวลาทาน 1 ชั่วโมง มื้อต่อไปจะสามารถเริ่มทานมื้อที่ 2 ได้ตอน 12.00 น. และมื้อสุดท้ายตอน 17.00 น. เพื่อให้มีเวลาหยุดกินที่ 12 ชั่วโมง
  • การปรับ วิธีกินแบบ IF แบบ 8-16 คือ การแบ่งการกินออกเป็น 2 มื้อ โดยมีช่วงพักระหว่างมื้อ 8 และ 16 ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น หากเริ่มทานอาหารมื้อแรกตอน 00 น. โดยทุกมื้อใช้เวลาทาน 1 ชั่วโมง มื้อต่อไป สามารถเริ่มทานได้ ตอน 16.00 น. ก่อนจะเว้นว่างไปอีก 16 ชั่วโมง
  • การปรับ วิธีกินแบบ IF แบบ 23 – 1 ถือเป็นการทำ IF ที่ยากที่สุด เพราะไม่ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ แต่ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกาย ที่เกิดจากการทำ IF ในแบบอื่นมาก่อน โดยจะเน้นการกินอาหารเพียงแค่ 1 มื้อ ต่อวัน ใช้เวลาการกินเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ก่อนจะทำการเว้นอาหารไปอีก 23 ชั่วโมง

การรักษาสมดุลในการกิน ก็เปรียบเสมือนการรักษาสมดุลในชีวิต ดังเช่น ต้นไม้ดอกไม้ ที่ต้องการน้ำ แร่ธาตุและแสงแดด ที่พอเพียงฉันใด ร่างกายมนุษย์ก็ต้องการอาหาร น้ำ และการพักผ่อนที่พอเพียงฉันนั้น หัวใจสำคัญของ วิธีกินแบบ IF ไม่ได้อยู่ที่การควบคุมเวลาในการกิน และเวลาในการหยุดกิน เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการควบคุมอาหารที่กิน ให้มีสารอาหารครบ ตามที่ร่างกายต้องการ และอยู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อวันด้วย

ดังนั้นใครที่คิดว่า วิธีกินแบบ IF คือ การมีเวลาไม่กินเป็นส่วนใหญ่ และคิดว่าตนเองน่าจะไป ไม่ถึงฝั่งฝันของความผอมได้ ก็วางใจได้เลย เพราะถ้าคำนวนสารอาหาร ที่ร่างกายต้องการต่อวัน เพื่อนำมาจัดช่วงเวลากินที่ถูกต้อง แล้วล่ะก็ ทุกคนจะได้รับประทานอาหารจนอิ่ม แบบที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว และเมื่อสามารถจัดการปรับสมดุลการกินแล้ว

ต่อไปก็เป็นส่วนของ ฟิตเนส หรือ การออกกำลังกาย ที่แต่ละคนสามารถออกแบบการออกกำลัง ในแบบที่ตนเองชอบหรือถนัดได้ ทั้งเข้า ฟิตเนส ที่ชอบ หรือ ฟิตเนส ใกล้บ้าน ซึ่งแม้จะออกกำลังกายเบาๆ ไม่เกิน 30 นาที แต่ถ้าเป็นการออกกำลังควบคู่ไปกับ วิธีกินแบบ IF ที่ถูกแล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่า น้ำหนักและสัดส่วน จะลดลงแบบเห็นได้ชัด ภายในเวลาไม่กี่เดือน แบบที่เราเองยังไม่เชื่อสายตาเลยทีเดียวค่ะ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น