ข้อควรรู้ อาหารคีโต 

ข้อควรรู้ อาหารคีโต 

การรับประทาน ketogenic Diet ก็คือการรับประทานอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตน้อยมากหรือน้อยกว่า 10% ของพลังงานที่ได้รับทั้งหมดใน 1 วันหรือประมาณ 20 ถึง 50 กรัมการที่เราจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงซึ่งส่งผลให้ตับอ่อนผลิตอินซูลินลดลงและมีการสลายไขมันในร่างกายออกมาเป็นพลังงานเพิ่มมากขึ้นในอดีตผู้คิดสิ่งใดคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคลมชักโดยมีกลไกก็คือให้สมองใช้เป็นพลังงานแห่งหนึ่งซึ่งพบว่าได้ผลดีแต่ว่าในปัจจุบันยากันชักมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นเรากลับพบว่าคีโตเจนิคไดเอทเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักลดน้ำหนักถึงแม้ว่าจะไดเอทจะพบว่าลดน้ำหนักได้จริงและเร็วโดย

 

ข้อควรรู้ อาหารคีโต 

 

เฉพาะในช่วงแรกแต่ในระยะยาว  ในพบว่าเปอร์เซ็นต์น้ำหนักที่ลดลงไม่ได้แตกต่างจากการรับประทานอาหารในรูปแบบอื่นๆมากเนื่องจากอาหารคีโตลักษณะอาหารที่รับประทานจะประกอบไปด้วยไขมันและเนื้อสัตว์ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวเป็นปริมาณมากดังนั้นจึงอาจจะทำให้ระดับไขมันในเส้นเลือดโดยเฉพาะ ldl หรือไตรกลีเซอไรด์เพิ่มสูงขึ้นได้ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคไขมันในเส้นเลือดสูงอยู่แล้วหรือว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจนอกจากนี้ในผู้ป่วยที่จำเป็นต้องรับประทานอาหารคีโตเป็นเวลานานเช่นผู้ป่วยโรคลมชักเรายังพบว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคกระดูกพรุนและนิ่วในไตเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงชนิดของไขมันที่รับประทานจะส่งผลต่อระดับไขมันในเส้นเลือดโดยตรง

 

 

การกินไขมันเพื่อลดไขมันส่วนหรืออาหารคีโต  จะมีรายละเอียดคือการปรับเปลี่ยนสัดส่วนของอาหารที่เรากินจากปกติคือคาร์โบไฮเดรตโปรตีน 40และไขมัน 20 เปอร์เซ็นต์แต่เมื่อเข้าสู่โปรแกรม ketogenic Diet แล้วเราจะกินไขมัน 75 เปอร์เซ็นต์ 20% และคาร์โบไฮเดรตน้อยที่สุดก็คือ 5% นั้นเองได้ยินแบบนี้หลายคนเริ่มยิ้มแล้วใช่ไหมภาพหมูสามชั้นหมูกระทะเบคอนลอยเข้ามาในหัวแต่ 75 เปอร์เซ็นต์ไขมันที่ดีน้ำมันมะพร้าวท้องปลาแซลมอนโดยควรพยายามหลีกเลี่ยอย่างเช่นว่ากินไขมันลดไขมันได้ยังไงส่วนที่มากกว่าสารอาหารมีเพื่อให้ร่างกายเปลี่ยนแหล่งพลังงานหลักปกติร่างกายใช้น้ำตาลกลูโคสจากแป้งเป็นแหล่งพลังงานหลักใช่ไหมเมื่อเรากินเป็นปริมาณคาร์โบไฮเดรตในให้น้อยลงและกินไขมันในปริมาณมากขึ้นเข้าไปแทนเพราะเวลาผ่านไปร่างกายก็จะปรับตัวก็คือเมื่อไม่มีแป้งมาให้เผาผลาญแล้วเนี่ยร่างกายจึงถูกบังคับให้หันมาเผาผลาญไขมันเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหลักแทนซึ่งภาวะนี้เราจะเรียกว่านะเป็นภาวะที่ร่างกายจะเผาผลาญไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักของร่างกายนั่นเองดังนั้นจึงเป็นอีกเทคนิคการควบคุมอาหารรูปแบบนึงที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการลดไขมันที่นี้เราจะมาพูดถึงผลลัพธ์จากการกินแบบคีโตเจนิค

 

 

ก็คือจะเกิดอาการโหยแป้งและน้ำตาล  รู้สึกอ่อนเพลียมึนหัวคิดอะไรไม่ออกนอนไม่หลับซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังปรับตัวจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกายจากที่เคยได้รับแป้งและน้ำตาลมาตลอดและร่างกายของเราจะค่อยๆดีขึ้นได้เรื่อยๆซึ่งแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากันโดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ2สัปดาห์ร่างกายก็จะปรับตัวเข้าสู่ภาวะไขมันมาใช้และเริ่มรู้สึกอยากแป้งและน้ำตาลน้อยลงหลังจากนั้นเมื่อร่างกายใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักแล้วก็มีแนวโน้มสูงที่จะลดไขมันสะสมได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

 

 

แต่ยังไงก็ตามข้อควรระวังในการทำ  ก็คืออย่างแรกปริมาณของอาหารและพลังงานเพราะไขมันให้พลังงานสูงเมื่อเทียบกับอาหารในปริมาณที่เท่ากันนั่นก็หมายความว่ารู้สึกมากจนเกินไปหัวใจหลักในการลดน้ำหนักที่สำคัญไม่ว่าเราจะใช้เทคนิคไหนเราก็ควรที่จะรับพลังงานเข้าให้น้อยกว่าที่ใช้ออกไปก็คือความต่อเนื่องของการทำเพราะคิดว่าเป็นเทคนิคการคุมอาหารที่แม้จะดูเหมือนถูกใจใครหลายคนแต่ในทางปฏิบัติจริงเราจำเป็นจะต้องมีระเบียบวินัยจะต้องกำหนดสัดส่วนของอาหารอย่างชัดเจนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อเข้าสู่ภาวะคีโตเจนิคให้ได้ซึ่งหลายๆคนถ้าไม่สามารถทำได้ต่อเนื่องเป็นเวลานานๆก็จะทำให้ไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ

สรุปจากคีโตเจนิคคือการควบคุมอาหารรูปแบบนึงซึ่งเทคนิคการคุมอาหารในปัจจุบันนั้นมีเยอะมากดังนั้นคงเป็นเรื่องที่ยากที่จะตอบอย่างชัดเจนว่าวิธีไหนดีที่สุดก็คงขึ้นอยู่กับว่าใครทำวิธีไหนแล้วได้ผลและอย่าลืมว่าเราควรเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสมเข้าให้น้อยกว่าที่ใช้ไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงเท่านี้ก็สามารถลดน้ำหนักและมีสุขภาพที่ดีได้ไม่ยากแล้ว

 

 

ข้อควรรู้ อาหารคีโต 


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *